[Fic] Friends
2010 / 04 / 28 ( Wed )
One…Two…
ครืดดดด ครืดดดดดดดด
มือเรียวติดจะหยาบละมือจากเม้าส์สีขาว ควานหยิบไอโฟนเครื่องสวยขึ้นมาทั้งที่นัยน์ตาเรียวยังคงจ้องมองไปที่หน้าจอสี่เหลี่ยม
เบอร์แปลกหน้าเรียกให้ปาร์คจองซูหมุนหัวคิ้วขึ้นได้ไม่ยากเย็น
“.....”
“ฮัลโหล!! นี่ อีทึก อีทึกซูปเปอร์จูเนียร์ใช่มั้ย ?!” เสียงผู้ชาย ?
“ครับ...คุณ ?”
“ชั้นคยูจีซอง คยูจีซองรู้จักมั้ย” ปาร์คจองซูเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ชื่อนี้เหมือนจะเคยได้ยินที่ไหนนะ ?
“อ่า..ผมไม่แน่ใจ”
“เดฟคอน!!! ชั้นเดฟคอนไงเล่า ตอนนี้ชั้นอยู่กับเจ้าบ้าฮีชอล!! ใต้หอนาย รีบๆมารับเจ้าบ้านี่ขึ้นไปซะทีเถอะ!!! อ๊ะ...เฮ้!! อยู่เฉยๆสิ!” เหมือยปลายสายจะทะเลาะอะไรกันสักอย่าง ก่อนใครคนนึงจะแย่งมือถือมาคุยกับเขาซะเองแล้วยังแทบจะตะโกนใส่เขาอีกก่อนจะตัดสายไปดื้อๆ ตอนแรกอีทึกก็อยากจะกดวางสายแต่พอได้ยืนชื่อใครคนนึงนั่นแหละ ถึงได้ฉุดคิดขึ้นมาได้
ฮีชอลยังไม่ได้กลับห้องนี่...
ว่าแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ
Heedictator 오늘따라 멀리있는 친구가 정말 보고싶네요^-^ 그 친구도.. 나도 모두가 잘돼서 꼭 만났음 좋겠어요ㅋㅋ 더 잘해줄껄.. 하고 후회가 많이 되네요.. 여러분들도 옆에 있는 친구들한테 더 잘해주세요!! 진짜....^-^.... 슬프다..ㅋ
หน้าจอคอมยังถูกเปิดค้างไว้อยู่กับข้อความของใครบางคนที่ทวิตเอาไว้เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว
ปาร์คจองซูได้แต่ผ่อนลมหายใจออกช้าๆ มือแกร่งคว้าเสื้อกันหนาวสีขาวของตัวเองขึ้นใส่ ก่อนจะก้าวเท้าไปที่ห้องของคนที่ตอนนี้น่าจะกลับมาที่หอได้แล้ว ถือวิสาสะเปิดประตูก่อนเข้าไปหยิบเสื้อกันหนาวสีเทาอีกตัวในตู้
วันนี้ที่ห้องเงียบเหงา มีเพียงแค่เขาคนเดียว ในเมื่อคนอื่นๆต่างก็ออกไปชั้นบนกันหมด
.
.
.
“บ้าชิบ! มีใครเคยบอกมั้ยว่าเจ้าหมอนี่คออ่อนสุดๆไปเลย!” เสียงบ่นดังขึ้นจากมุมหนึ่งของทางเข้า อีทึกก้าวเท้าเร็วๆไปที่ตรงนั้นอย่างไม่ต้องคิดมาก
แล้วสภาพพของใครคนนึงที่เค้าคิดถึงมาตลอดเวลาลงลิฟต์ก็เผยให้เห็น ปาร์คจองซูถอนหายใจเฮือกใหญ่ทันทีที่เห็นคิมฮีชอลเมาจนแทบไม่ได้สติ ร่างโปร่งสาวเท้าเข้าไปหาทรุดตัวลงนั่งพลางเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงเบา
“ฮีชอล ...ฮีชอล”
เจ้าของชื่อเพียงแค่หันกลับมามอง ก่อนจะหัวเราะเสียงดัง ปาร์คจองซูเลยได้แต่มองอีกฝ่ายเงียบๆ
“แค่เมานะ พอดีพวกชั้นไปดื่มกันมา เพิ่งจะเคยเห็นว่าเจ้าหมอนี่กินขนาดนี้ก็ครั้งนี้แหละ” เสียงบอกดังมาจากร่างสูงที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ด้านข้าง อีทึกโค้งตัวให้อีกฝ่ายเล็กน้อยเป็นการทักทาย
“ขอโทษที่รบกวนพวกพี่นะครับ” บอกเสียงเบา
เดฟคอนมองชายหนุ่มร่างโปร่งภายใต้ทรงผมสั้นสีทองอย่างแปลกใจ ปกติที่เขาเห็นก็มักจะมีรอยยิ้มอยู่บนหน้าเสมอ หรือนี่จะคือใบหน้าที่แท้จริงของลีดเดอร์ซูปเปอร์จูเนียร์
“คิดมากน่า!!”
ก่อนละสายตามามองเจ้าหนุ่มที่เค้าเพิ่งลากกลับมาจากร้านเมื่อครู่ ใบหน้าสวยภายใต้เสื้อฮู้ดสีชมพู ถึงจะเมาแต่ก็ยังดูออกว่าคิมฮีชอลก็ไม่ได้สิ้นสติซะทีเดียว ยังพูดยังฟังรู้เรื่อง
“อีทึก ‘เค้า’ คนนั้นที่ฮีชอลพูดถึง...ใช่คนที่มีปัญหาตอนนี้รึป่าว ฮันคยองนะ” เผลอที่จะถามไม่ได้ แต่แวบเดียวที่หลุดปากถามออกไป สีหน้าของคนตรงหน้าก็ดูจะแปลกไปแทบทันที มีเพียงเสียงเรียบๆ เรียบจนบอกไม่ถูกว่าคนพูดรู้สึกยังไง
“คงงั้นมั้งครับ”
เสียงหัวเราะของคิมฮีชอลยังคงดังเป็นระยะๆ อีทึกหันไปมองร่างเพรียวที่นั่งพิงคยูจีซองอยู่ ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปหา “ฮีชอล...ขึ้นห้องกันเถอะ” บอกเสียงเรียบ ก่อนที่จะเอื้อมมือดึงร่างเพรียวให้ลุกขึ้น ทั้งที่ยังหัวเราะอยู่แต่คิมฮีชอลก็ยอมลุกแต่โดยดี สร้อยคอสีเงินร่วงหล่นออกมาจากคอเสื้อ พอดีกับที่เดฟคอนเหลือบไปเห็น
สร้อยที่มีแหวนวงเล็กๆ เหมือนกับที่อีทึกใส่อยู่ตอนนี้ ?
คิ้วหนาเลิกขึ้นอย่างสงสัย ท่าทีว่าง่ายของฮีชอลกับการกระทำของอีทึกที่ดูออกจะแตกต่างไปนิดจากคำว่าเพื่อน คิดได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องสะดุ้งกับเสียงหวานที่ตะโกนเรียกชื่อเค้าออกมาดังๆ
“พี่เดฟคอน!!!”
“ห๊ะ ?!”
“แล้วไปดื่มด้วยกันอีกนะครับ ฮ่าฮ่า!! รุ่นพี่จีซองด้วย~ คราวหลังผมจะพาสังกัด AB ไปทุกคนเลย ฮ่าๆๆๆๆๆๆ” บอกออกมาเสียงดัง พร้อมกับรอยยิ้มก่อนจะถูกอีทึกดึงให้ยืนตรงดีๆ ใบหน้าสวยดูจะหงุดหงิดกับการกระทำของอีทึกแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร
“อืมมม ดึกแล้วพวกนายขึ้นไปเหอะ ชั้นก็ง่วงแล้วด้วย ไปล่ะ!!”
“แล้วเจอกันฮะพี่!! ฮ่าๆๆๆ” โค้งตัวให้หน่อยๆ “ถึงบ้านแล้วโทรกลับมาหาผมด้วยนะ!! อย่าลืมนะครับ!!!!!”
“เออ!!!” ตอบรับทั้งรอยยิ้มก่อนหันกลับมามองร่างโปร่งที่กำลังพยุงคนในอ้อมกอด “ไปนะอีทึก”
“กลับดีๆนะครับ แล้วก็...ขอบคุณมากครับ” ว่าจบก็ยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะพยุงร่างที่เกือบไร้สติของคิมฮีชอลเข้าตึกไป
“น่าสงสารฮีชอลเหมือนกันนะ” เสียงของคยูจีวองดังขึ้นไม่ห่าง “ฮันคยองก็ทำเกินไป หรือว่า....จะไม่ใช่แค่เพื่อน หือ ? นายว่าไงเดฟคอน”
เจ้าของชื่อหันกลับมามองเพื่อนสนิท “ไม่หรอก...แค่เพื่อนนั่นแหละ เพราะตัวจริง...คือคนตะกี้นี้หรอก”
“ห๊ะ?! นายพูดอะไร อีทึกน่ะนะ ? เฮ้!! นี่อย่าบอกนะว่านายเมาด้วยอีกคน”
“ฮ่าๆๆๆ แล้วแต่นายจะคิด กลับกันเหอะ!!!”
.
.
.
แกร๊ก...
บานประตูห้องเปิดออก อีทึกพยุงร่างเพรียวที่ประคองอยู่เข้ามาเงียบๆ
เงียบ...มาตลอดทางแล้วต่างหาก
“นั่งตรงนี้ก่อน เดี๋ยวชั้นจะไปน้ำอุ่นมาให้ล้างหน้า” บอกเสียงเรียบ ปรายตามองร่างเพรียวที่เอาแต่นั่งนิ่งก้มหน้าก้มตา ก่อนจะเอนหลังนอนลงกับโซฟาตัวยาวปิดตาลงราวกับไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย
ปาร์คจองซูถอนหายใจหน่ายๆ ลุกไปที่ห้องตัวเอง
มือแกร่งถืออ่างน้ำอุ่นใบเล็กก้าวออกมาจากห้องน้ำ ก่อนจะได้แต่ยืนนิ่ง มองร่างเพรียวที่ถือวิสาสะเข้ามาในห้องแถมยังมานั่งเล่นคอมที่เค้าเปิดค้างเอาไว้อีก ปาร์คจองซูมองการกระทำของคนรักเงียบๆ ก่อนเลือกที่จะวางอ่างน้ำใบย่อมลงข้างหัวเตียง
“นี่....”
เรียกอีกฝ่ายเสียงเบา พลางเดินเข้าไปหา มองใบหน้าด้านข้างของฮีชอลที่ยังคงตั้งอกตั้งใจพิมพ์ข้อความอะไรบางอย่างอยู่ “...ทำอะไรนะ”
เงียบ...ราวกับคนตรงหน้าเค้าไม่ได้ยิน
มือแกร่งเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กที่กำลังพิมพ์ข้อความลงในไซเวิล์ดอย่างแรง
ได้ผล...
ใบหน้าเนียนสวยที่มีสีระเรื่อ คงเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอลล์นั่นแหละ คิมฮีชอลหันมามองอย่างหงุดหงิด ก่อนจะฝืนดึงข้อมือให้กลับมาเป็นอิสระ หากแต่ปาร์คจองซูก็ยังไม่ปล่อยอยู่ดี
“ปล่อย...อีทึก”
“....”
“ชั้นบอกให้ปล่อย!!!” เพราะอีทึกไม่ตอบ หรือเพราะความรู้สึกที่อัดอันอยู่คิมฮีชอลถึงได้ประสาทเสียเอาง่ายๆ แต่แทนที่ปาร์คจองซูจะทำตามเหมือนทุกที มือแกร่งกระชากอีกฝ่ายให้ตกจากเก้าอี้ แต่อีทึกก็ยังไม่ปล่อยข้อมืออยู่ดี
“ทำบ้าอะไรนะ!!!!!!” เสียงหวานวีนลั่น นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ตวาดใส่อีทึก
ปาร์คจองซูไม่ตอบแต่กลับกระชากร่างเพรียวให้ลุกขึ้นอีกครั้ง ร่างที่ไร้เรี่ยวแรงอยู่แล้วเซปะทะอกแกร่งของอีกฝ่ายแทบจะทันที
“ชั้นต่างหาก...ที่ควรถามว่าทำอะไร” ถามกลับเสียงเรียบ ไร้วี่แววคนใจดีอย่างที่ฮีชอลเคยเห็น
อีทึกกำลังโมโห ?
“ทำอะไร ?” ทวนคำถามจากอีทึกอย่างไม่เข้าใจ
ใบหน้าสวยที่ทั้งหงุดหงิดและไม่เข้าใจคำถามของอีทึก ยิ่งทำให้ความอดทนของอีทึกหมดลงง่ายๆ ปาร์คจองซูแทบกระชากคิมฮีชอลก่อนจะเหวี่ยงอีกฝ่ายเข้ากับเตียงจนเกิดเสียงดัง
“ใช่!! ชั้นถามว่านายทำอะไร ?!! จะบ้าไปถึงไหน!!!”
ครั้งแรกที่อีทึกหัวเสียมากที่สุดในรอบปี หัวเสียจนอยากจะหาที่ลงกับใครสักคน “เลิกบ้าได้แล้วคิมฮีชอล!!!!!!!!!!!!” ถ้าลงมือกับอีกฝ่ายได้ปาร์คจองซูคนนี้ก็อยากจะทำด้วยซ้ำ!
คนถูกตวาดได้แต่มองอีทึกนิ่ง ก่อนที่หยดน้ำที่เอ่อคลอที่ดวงตาตั้งแต่นั่งพิมพ์ข้อความในไซจะค่อยๆไหลลงมาช้าๆ ไหล่เล็กค่อยๆเริ่มสั่นไหวก่อนที่ คิมฮีชอลที่เข้มแข็งตลอดเวลาที่ผ่านมาจะปล่อยน้ำตาที่ไหลราวกับสายฝนที่กำลังตกหนัก เสียงสะอื้นที่ไม่ค่อยได้ยินกลับดังชัดในความรู้สึก สะท้อนไปทั้งห้อง
มือเล็กได้แต่ยกขึ้นมากอดเข่าซบหน้าลงอย่างไม่อายใคร กอดตัวเองให้แน่นขึ้น แน่นจนอีทึกเห็นถึงข้อนิ้วที่เริ่มขาว ร่างโปร่งถึงได้ถอนหายใจหนักๆแล้วปีนขึ้นไปนั่งข้างอีกฝ่าย มือแกร่งโอบกอดคนตัวเล็กที่กำลังร้องไห้อย่างไม่อายใครช้าๆ ก่อนจะค่อยๆคลายนิ้วเรียวที่กำลังจกลงกับขาของตัวเอง
“ชั้น...ชั้นขอโทษ...อึ่ก!” บอกเสียงเบา ก่อนจะโถมเข้าหาอีกฝ่ายราวกับเด็กๆ “นายเข้าใจมั้ย ? นายเข้าใจใช่มั้ย ?!! ชั้น...ชั้นไม่เหลือใครแล้ว เพื่อน...เค้าเป็นเพื่อนนะอีทึก ฮันเกิงเป็นเพื่อนนะ!! หมอนั่นเป็นเพื่อน...เพื่อน...เพื่อนคนสุดท้ายในวงนี้แล้ว อึ่ก...ฮือ!!” บอกเสียงสั่น ก่อนจะปล่อยโฮอีกรอบ หยดน้ำตามามายทำให้อีทึกได้แต่กอดอีกฝ่ายแน่นๆ
“ตั้งแต่คิบอม...คังอิน..แล้วก็ฮัน!! เพื่อน...เพื่อนของชั้น!! ชั้นคิดถึงเค้า...คิดถึง...อึ่ก! ฮือ....” ยิ่งพูดไปก็ยิ่งร้องไป ความรู้สึกภายในสะท้อนออกมาจนหมด หลายต่อหลายครั้งที่ต้องทนเก็บเรื่องพวกนี้อยู่คนเดียว
“.....”
“ชั้น...ชั้นคิดถึงเค้า!!!”
นานกว่าที่ฮีชอลจะสงบลง อีทึกได้แต่กอดอีกฝ่ายเอาไว้ตลอดเวลา ทั้งที่เสียงสะอึ้นค่อยๆเงียบไปแล้ว แต่หยดน้ำตามากมายก็ยังคงไหลออกจากดวงตากลมโตคู่สวยอยู่ดี “ชั้นน่ะนะ...ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่เคยพูดดีกับหมอนั่นสักครั้ง ฮ่าๆๆ แต่หมอนั่นก็ยังยิ้มให้...ทั้งที่ชั้นด่าเค้าว่าโง่บ้าง ด่าเค้าว่างี่เง่าบ้าง แต่หมอนั่นก็เอาแต่หัวเราะ...”
“อืมมม....”
“ตั้งแต่ที่คิบอมไปทำงาน ก็มีแต่ฮันกับเจ้าอ้วนคังอินที่อยู่กับชั้น...”
“แค่แล้วคังอิน เจ้าบ้านั่นก็บ้า!! ทิ้งทั้งชั้นทั้งนาย...”
“เหลือแค่ฮัน...” เสียงหวานอ่อนลงเรื่อยๆจนอีทึกแปลกใจ “ทั้งที่ชั้นคิดว่าเค้า...จะอยู่กับชั้น เคียงข้างชั้น..ไม่ทิ้งไปไหนแล้วซะอีก...”
“ฮีชอล...”
นัยน์ตาคู่สวยเลื่อนมาสบตาอีทึก จ้องลึกลงไปในนัยน์ตาเรียวสีมะฮอกกานี “เพราะทึกกี้...ไม่ใช่เพื่อน” บอกเบาๆ
“เพราะปาร์คจองซูคนนี้ไม่ใช่เพื่อนของคิมฮีชอล....เพราะงั้นชั้นถึงต้องการเพื่อน เพื่อนที่จะมาฟังชั้น เข้าใจชั้น ตอนที่นายไม่อยู่..อึ่ก!...อยากได้เพื่อน...เพื่อนที่จะมานั่งพูดเรื่องอีทึกด้วยกัน อยากได้เพื่อน...ที่จะคุยได้ทุกเรื่อง อยากได้...เพื่อน....เพื่อนที่เป็นแค่เพื่อน...ไม่ใช่คนรักแบบนาย”
เสียงสะอื้นดังขึ้นมาอีกรอบ พอๆกับน้ำตาที่ไหลย้อนกลับมาอีกครั้ง ไหล่ลาดสั่นไหวไปตามแรงสะอื้น “อึ่ก...ฮือ!!! ชั้นคิดถึงเพื่อน ชั้นคิดถึงฮัน จองซู!! ชั้นคิดถึงเค้า...มันน่ากลัวนะ!...เวทีที่ยืนคนละฝั่งกับนาย เวทีที่ข้างๆไม่มีทั้งคิบอม ไม่มีคังอิน แล้วยังไม่มีฮันเกิงอีก!! ชั้นกลัว....ชั้น...ชั้น...ฮือ!!”
“ขอโทษ...ที่เป็นเพื่อนให้ไม่ได้....”
“...ขอโทษ...ฮีชอล”
“...ชะ...ชั้นจะเข้มแข็งขึ้น ขอแค่วันนี้วันเดียว..วันเดียวนะอีทึก...แค่วันเดียว ให้ชั้นร้องไห้...แค่วันนี้...”
“อืมมมม...” ตอบรับเสียงแผ่ว
“แล้วจากนี้ไป...ชั้นจะไม่ร้องไห้ ชั้นจะเป็น...เป็นคิมฮีชอลที่มีความสุข!!!”
“สัญญานะ ?”
ปากสวยคลี่รอยยิ้มกว้างทั้งที่ดวงตาคู่โตยังมีหยดน้ำไหลลงมาอยู่ “สัญญา!!”
"แล้วจะรอ...ครับ"
.
.
.
R o s a c e a
2010.04.28 03:39
나에겐 친구가 하나 있다
I have a friend
한국어는 서툴지만 중국어를 굉장히 잘한다
Even he confused in korean but chinese is very good
노래는 그냥 잘하지만 춤은 진짜 잘춘다
Even can sing just well but dance is really good
나는 고양이를 좋아하지만 그 친구는 강아지를 좋아한다
I prefer a cat but that friend prefer a dog
나는 요리를 못하지만 그 친구는 요리를 잘한다
I can't cook but that friend is good at cooking
난 맨날 욕을 했지만 그 친구는 웃어줬다
I always blame to him but that friend gave a smile
참..
So..
지나고보니 잘해준게 하나도 없다ㅋㅋ
I wouldn't find a good friend like this anymore ㅋㅋ
진짜 미안하게..
really sorry..
옆에 있을 때 잘해준게 하나도 없다ㅋㅋ
In future. There's not a good friend anymore ㅋㅋ
별로 궁상떠는 성격은 아닌데..
grumble at a sad plight is not my personality ..
그냥 취했나보다 눈물이 나는 걸 보니까ㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋ
ㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋ
I'm cried just becuase I get drunk ㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋ
ㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋ
옆에 누군가 있다는 건 굉장히 소중하고 행복한 거다
From now I will be one who precious and happy
난 나이를 먹고 어른이 되어도 그걸 몰랐었다
Even I'm getting older as adult but I still didn't know
근데
but
뒤늦게.... 이제야 알았다.. 나참..ㅋㅋㅋㅋ
I found it too late... I quite... ㅋㅋㅋㅋ
있을때 잘하란 말이 괜히 있는게 아닌가 보다^-^
I can just saying I wish you have a good luck ^-^
보고싶다.. 라는 말이 이럴 때 쓰는 건가 보다(-┏)
miss you ... more than I can write it by word(-┏)
슬픈 씬 찍을 때도 잘 안나던 눈물이
The tears were not rundown like this when I taking a sad scene
지금은 너무도 아프게 흐른다
So much full of pain right now
The End!!
ปล. ไม่มีไรหรอกแค่อยากแต่ง ฝนมันตกพอดีเลยให้ฟิล
ครืดดดด ครืดดดดดดดด
มือเรียวติดจะหยาบละมือจากเม้าส์สีขาว ควานหยิบไอโฟนเครื่องสวยขึ้นมาทั้งที่นัยน์ตาเรียวยังคงจ้องมองไปที่หน้าจอสี่เหลี่ยม
เบอร์แปลกหน้าเรียกให้ปาร์คจองซูหมุนหัวคิ้วขึ้นได้ไม่ยากเย็น
“.....”
“ฮัลโหล!! นี่ อีทึก อีทึกซูปเปอร์จูเนียร์ใช่มั้ย ?!” เสียงผู้ชาย ?
“ครับ...คุณ ?”
“ชั้นคยูจีซอง คยูจีซองรู้จักมั้ย” ปาร์คจองซูเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ชื่อนี้เหมือนจะเคยได้ยินที่ไหนนะ ?
“อ่า..ผมไม่แน่ใจ”
“เดฟคอน!!! ชั้นเดฟคอนไงเล่า ตอนนี้ชั้นอยู่กับเจ้าบ้าฮีชอล!! ใต้หอนาย รีบๆมารับเจ้าบ้านี่ขึ้นไปซะทีเถอะ!!! อ๊ะ...เฮ้!! อยู่เฉยๆสิ!” เหมือยปลายสายจะทะเลาะอะไรกันสักอย่าง ก่อนใครคนนึงจะแย่งมือถือมาคุยกับเขาซะเองแล้วยังแทบจะตะโกนใส่เขาอีกก่อนจะตัดสายไปดื้อๆ ตอนแรกอีทึกก็อยากจะกดวางสายแต่พอได้ยืนชื่อใครคนนึงนั่นแหละ ถึงได้ฉุดคิดขึ้นมาได้
ฮีชอลยังไม่ได้กลับห้องนี่...
ว่าแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ
Heedictator 오늘따라 멀리있는 친구가 정말 보고싶네요^-^ 그 친구도.. 나도 모두가 잘돼서 꼭 만났음 좋겠어요ㅋㅋ 더 잘해줄껄.. 하고 후회가 많이 되네요.. 여러분들도 옆에 있는 친구들한테 더 잘해주세요!! 진짜....^-^.... 슬프다..ㅋ
หน้าจอคอมยังถูกเปิดค้างไว้อยู่กับข้อความของใครบางคนที่ทวิตเอาไว้เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว
ปาร์คจองซูได้แต่ผ่อนลมหายใจออกช้าๆ มือแกร่งคว้าเสื้อกันหนาวสีขาวของตัวเองขึ้นใส่ ก่อนจะก้าวเท้าไปที่ห้องของคนที่ตอนนี้น่าจะกลับมาที่หอได้แล้ว ถือวิสาสะเปิดประตูก่อนเข้าไปหยิบเสื้อกันหนาวสีเทาอีกตัวในตู้
วันนี้ที่ห้องเงียบเหงา มีเพียงแค่เขาคนเดียว ในเมื่อคนอื่นๆต่างก็ออกไปชั้นบนกันหมด
.
.
.
“บ้าชิบ! มีใครเคยบอกมั้ยว่าเจ้าหมอนี่คออ่อนสุดๆไปเลย!” เสียงบ่นดังขึ้นจากมุมหนึ่งของทางเข้า อีทึกก้าวเท้าเร็วๆไปที่ตรงนั้นอย่างไม่ต้องคิดมาก
แล้วสภาพพของใครคนนึงที่เค้าคิดถึงมาตลอดเวลาลงลิฟต์ก็เผยให้เห็น ปาร์คจองซูถอนหายใจเฮือกใหญ่ทันทีที่เห็นคิมฮีชอลเมาจนแทบไม่ได้สติ ร่างโปร่งสาวเท้าเข้าไปหาทรุดตัวลงนั่งพลางเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงเบา
“ฮีชอล ...ฮีชอล”
เจ้าของชื่อเพียงแค่หันกลับมามอง ก่อนจะหัวเราะเสียงดัง ปาร์คจองซูเลยได้แต่มองอีกฝ่ายเงียบๆ
“แค่เมานะ พอดีพวกชั้นไปดื่มกันมา เพิ่งจะเคยเห็นว่าเจ้าหมอนี่กินขนาดนี้ก็ครั้งนี้แหละ” เสียงบอกดังมาจากร่างสูงที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ด้านข้าง อีทึกโค้งตัวให้อีกฝ่ายเล็กน้อยเป็นการทักทาย
“ขอโทษที่รบกวนพวกพี่นะครับ” บอกเสียงเบา
เดฟคอนมองชายหนุ่มร่างโปร่งภายใต้ทรงผมสั้นสีทองอย่างแปลกใจ ปกติที่เขาเห็นก็มักจะมีรอยยิ้มอยู่บนหน้าเสมอ หรือนี่จะคือใบหน้าที่แท้จริงของลีดเดอร์ซูปเปอร์จูเนียร์
“คิดมากน่า!!”
ก่อนละสายตามามองเจ้าหนุ่มที่เค้าเพิ่งลากกลับมาจากร้านเมื่อครู่ ใบหน้าสวยภายใต้เสื้อฮู้ดสีชมพู ถึงจะเมาแต่ก็ยังดูออกว่าคิมฮีชอลก็ไม่ได้สิ้นสติซะทีเดียว ยังพูดยังฟังรู้เรื่อง
“อีทึก ‘เค้า’ คนนั้นที่ฮีชอลพูดถึง...ใช่คนที่มีปัญหาตอนนี้รึป่าว ฮันคยองนะ” เผลอที่จะถามไม่ได้ แต่แวบเดียวที่หลุดปากถามออกไป สีหน้าของคนตรงหน้าก็ดูจะแปลกไปแทบทันที มีเพียงเสียงเรียบๆ เรียบจนบอกไม่ถูกว่าคนพูดรู้สึกยังไง
“คงงั้นมั้งครับ”
เสียงหัวเราะของคิมฮีชอลยังคงดังเป็นระยะๆ อีทึกหันไปมองร่างเพรียวที่นั่งพิงคยูจีซองอยู่ ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปหา “ฮีชอล...ขึ้นห้องกันเถอะ” บอกเสียงเรียบ ก่อนที่จะเอื้อมมือดึงร่างเพรียวให้ลุกขึ้น ทั้งที่ยังหัวเราะอยู่แต่คิมฮีชอลก็ยอมลุกแต่โดยดี สร้อยคอสีเงินร่วงหล่นออกมาจากคอเสื้อ พอดีกับที่เดฟคอนเหลือบไปเห็น
สร้อยที่มีแหวนวงเล็กๆ เหมือนกับที่อีทึกใส่อยู่ตอนนี้ ?
คิ้วหนาเลิกขึ้นอย่างสงสัย ท่าทีว่าง่ายของฮีชอลกับการกระทำของอีทึกที่ดูออกจะแตกต่างไปนิดจากคำว่าเพื่อน คิดได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องสะดุ้งกับเสียงหวานที่ตะโกนเรียกชื่อเค้าออกมาดังๆ
“พี่เดฟคอน!!!”
“ห๊ะ ?!”
“แล้วไปดื่มด้วยกันอีกนะครับ ฮ่าฮ่า!! รุ่นพี่จีซองด้วย~ คราวหลังผมจะพาสังกัด AB ไปทุกคนเลย ฮ่าๆๆๆๆๆๆ” บอกออกมาเสียงดัง พร้อมกับรอยยิ้มก่อนจะถูกอีทึกดึงให้ยืนตรงดีๆ ใบหน้าสวยดูจะหงุดหงิดกับการกระทำของอีทึกแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร
“อืมมม ดึกแล้วพวกนายขึ้นไปเหอะ ชั้นก็ง่วงแล้วด้วย ไปล่ะ!!”
“แล้วเจอกันฮะพี่!! ฮ่าๆๆๆ” โค้งตัวให้หน่อยๆ “ถึงบ้านแล้วโทรกลับมาหาผมด้วยนะ!! อย่าลืมนะครับ!!!!!”
“เออ!!!” ตอบรับทั้งรอยยิ้มก่อนหันกลับมามองร่างโปร่งที่กำลังพยุงคนในอ้อมกอด “ไปนะอีทึก”
“กลับดีๆนะครับ แล้วก็...ขอบคุณมากครับ” ว่าจบก็ยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะพยุงร่างที่เกือบไร้สติของคิมฮีชอลเข้าตึกไป
“น่าสงสารฮีชอลเหมือนกันนะ” เสียงของคยูจีวองดังขึ้นไม่ห่าง “ฮันคยองก็ทำเกินไป หรือว่า....จะไม่ใช่แค่เพื่อน หือ ? นายว่าไงเดฟคอน”
เจ้าของชื่อหันกลับมามองเพื่อนสนิท “ไม่หรอก...แค่เพื่อนนั่นแหละ เพราะตัวจริง...คือคนตะกี้นี้หรอก”
“ห๊ะ?! นายพูดอะไร อีทึกน่ะนะ ? เฮ้!! นี่อย่าบอกนะว่านายเมาด้วยอีกคน”
“ฮ่าๆๆๆ แล้วแต่นายจะคิด กลับกันเหอะ!!!”
.
.
.
แกร๊ก...
บานประตูห้องเปิดออก อีทึกพยุงร่างเพรียวที่ประคองอยู่เข้ามาเงียบๆ
เงียบ...มาตลอดทางแล้วต่างหาก
“นั่งตรงนี้ก่อน เดี๋ยวชั้นจะไปน้ำอุ่นมาให้ล้างหน้า” บอกเสียงเรียบ ปรายตามองร่างเพรียวที่เอาแต่นั่งนิ่งก้มหน้าก้มตา ก่อนจะเอนหลังนอนลงกับโซฟาตัวยาวปิดตาลงราวกับไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย
ปาร์คจองซูถอนหายใจหน่ายๆ ลุกไปที่ห้องตัวเอง
มือแกร่งถืออ่างน้ำอุ่นใบเล็กก้าวออกมาจากห้องน้ำ ก่อนจะได้แต่ยืนนิ่ง มองร่างเพรียวที่ถือวิสาสะเข้ามาในห้องแถมยังมานั่งเล่นคอมที่เค้าเปิดค้างเอาไว้อีก ปาร์คจองซูมองการกระทำของคนรักเงียบๆ ก่อนเลือกที่จะวางอ่างน้ำใบย่อมลงข้างหัวเตียง
“นี่....”
เรียกอีกฝ่ายเสียงเบา พลางเดินเข้าไปหา มองใบหน้าด้านข้างของฮีชอลที่ยังคงตั้งอกตั้งใจพิมพ์ข้อความอะไรบางอย่างอยู่ “...ทำอะไรนะ”
เงียบ...ราวกับคนตรงหน้าเค้าไม่ได้ยิน
มือแกร่งเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กที่กำลังพิมพ์ข้อความลงในไซเวิล์ดอย่างแรง
ได้ผล...
ใบหน้าเนียนสวยที่มีสีระเรื่อ คงเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอลล์นั่นแหละ คิมฮีชอลหันมามองอย่างหงุดหงิด ก่อนจะฝืนดึงข้อมือให้กลับมาเป็นอิสระ หากแต่ปาร์คจองซูก็ยังไม่ปล่อยอยู่ดี
“ปล่อย...อีทึก”
“....”
“ชั้นบอกให้ปล่อย!!!” เพราะอีทึกไม่ตอบ หรือเพราะความรู้สึกที่อัดอันอยู่คิมฮีชอลถึงได้ประสาทเสียเอาง่ายๆ แต่แทนที่ปาร์คจองซูจะทำตามเหมือนทุกที มือแกร่งกระชากอีกฝ่ายให้ตกจากเก้าอี้ แต่อีทึกก็ยังไม่ปล่อยข้อมืออยู่ดี
“ทำบ้าอะไรนะ!!!!!!” เสียงหวานวีนลั่น นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ตวาดใส่อีทึก
ปาร์คจองซูไม่ตอบแต่กลับกระชากร่างเพรียวให้ลุกขึ้นอีกครั้ง ร่างที่ไร้เรี่ยวแรงอยู่แล้วเซปะทะอกแกร่งของอีกฝ่ายแทบจะทันที
“ชั้นต่างหาก...ที่ควรถามว่าทำอะไร” ถามกลับเสียงเรียบ ไร้วี่แววคนใจดีอย่างที่ฮีชอลเคยเห็น
อีทึกกำลังโมโห ?
“ทำอะไร ?” ทวนคำถามจากอีทึกอย่างไม่เข้าใจ
ใบหน้าสวยที่ทั้งหงุดหงิดและไม่เข้าใจคำถามของอีทึก ยิ่งทำให้ความอดทนของอีทึกหมดลงง่ายๆ ปาร์คจองซูแทบกระชากคิมฮีชอลก่อนจะเหวี่ยงอีกฝ่ายเข้ากับเตียงจนเกิดเสียงดัง
“ใช่!! ชั้นถามว่านายทำอะไร ?!! จะบ้าไปถึงไหน!!!”
ครั้งแรกที่อีทึกหัวเสียมากที่สุดในรอบปี หัวเสียจนอยากจะหาที่ลงกับใครสักคน “เลิกบ้าได้แล้วคิมฮีชอล!!!!!!!!!!!!” ถ้าลงมือกับอีกฝ่ายได้ปาร์คจองซูคนนี้ก็อยากจะทำด้วยซ้ำ!
คนถูกตวาดได้แต่มองอีทึกนิ่ง ก่อนที่หยดน้ำที่เอ่อคลอที่ดวงตาตั้งแต่นั่งพิมพ์ข้อความในไซจะค่อยๆไหลลงมาช้าๆ ไหล่เล็กค่อยๆเริ่มสั่นไหวก่อนที่ คิมฮีชอลที่เข้มแข็งตลอดเวลาที่ผ่านมาจะปล่อยน้ำตาที่ไหลราวกับสายฝนที่กำลังตกหนัก เสียงสะอื้นที่ไม่ค่อยได้ยินกลับดังชัดในความรู้สึก สะท้อนไปทั้งห้อง
มือเล็กได้แต่ยกขึ้นมากอดเข่าซบหน้าลงอย่างไม่อายใคร กอดตัวเองให้แน่นขึ้น แน่นจนอีทึกเห็นถึงข้อนิ้วที่เริ่มขาว ร่างโปร่งถึงได้ถอนหายใจหนักๆแล้วปีนขึ้นไปนั่งข้างอีกฝ่าย มือแกร่งโอบกอดคนตัวเล็กที่กำลังร้องไห้อย่างไม่อายใครช้าๆ ก่อนจะค่อยๆคลายนิ้วเรียวที่กำลังจกลงกับขาของตัวเอง
“ชั้น...ชั้นขอโทษ...อึ่ก!” บอกเสียงเบา ก่อนจะโถมเข้าหาอีกฝ่ายราวกับเด็กๆ “นายเข้าใจมั้ย ? นายเข้าใจใช่มั้ย ?!! ชั้น...ชั้นไม่เหลือใครแล้ว เพื่อน...เค้าเป็นเพื่อนนะอีทึก ฮันเกิงเป็นเพื่อนนะ!! หมอนั่นเป็นเพื่อน...เพื่อน...เพื่อนคนสุดท้ายในวงนี้แล้ว อึ่ก...ฮือ!!” บอกเสียงสั่น ก่อนจะปล่อยโฮอีกรอบ หยดน้ำตามามายทำให้อีทึกได้แต่กอดอีกฝ่ายแน่นๆ
“ตั้งแต่คิบอม...คังอิน..แล้วก็ฮัน!! เพื่อน...เพื่อนของชั้น!! ชั้นคิดถึงเค้า...คิดถึง...อึ่ก! ฮือ....” ยิ่งพูดไปก็ยิ่งร้องไป ความรู้สึกภายในสะท้อนออกมาจนหมด หลายต่อหลายครั้งที่ต้องทนเก็บเรื่องพวกนี้อยู่คนเดียว
“.....”
“ชั้น...ชั้นคิดถึงเค้า!!!”
นานกว่าที่ฮีชอลจะสงบลง อีทึกได้แต่กอดอีกฝ่ายเอาไว้ตลอดเวลา ทั้งที่เสียงสะอึ้นค่อยๆเงียบไปแล้ว แต่หยดน้ำตามากมายก็ยังคงไหลออกจากดวงตากลมโตคู่สวยอยู่ดี “ชั้นน่ะนะ...ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่เคยพูดดีกับหมอนั่นสักครั้ง ฮ่าๆๆ แต่หมอนั่นก็ยังยิ้มให้...ทั้งที่ชั้นด่าเค้าว่าโง่บ้าง ด่าเค้าว่างี่เง่าบ้าง แต่หมอนั่นก็เอาแต่หัวเราะ...”
“อืมมม....”
“ตั้งแต่ที่คิบอมไปทำงาน ก็มีแต่ฮันกับเจ้าอ้วนคังอินที่อยู่กับชั้น...”
“แค่แล้วคังอิน เจ้าบ้านั่นก็บ้า!! ทิ้งทั้งชั้นทั้งนาย...”
“เหลือแค่ฮัน...” เสียงหวานอ่อนลงเรื่อยๆจนอีทึกแปลกใจ “ทั้งที่ชั้นคิดว่าเค้า...จะอยู่กับชั้น เคียงข้างชั้น..ไม่ทิ้งไปไหนแล้วซะอีก...”
“ฮีชอล...”
นัยน์ตาคู่สวยเลื่อนมาสบตาอีทึก จ้องลึกลงไปในนัยน์ตาเรียวสีมะฮอกกานี “เพราะทึกกี้...ไม่ใช่เพื่อน” บอกเบาๆ
“เพราะปาร์คจองซูคนนี้ไม่ใช่เพื่อนของคิมฮีชอล....เพราะงั้นชั้นถึงต้องการเพื่อน เพื่อนที่จะมาฟังชั้น เข้าใจชั้น ตอนที่นายไม่อยู่..อึ่ก!...อยากได้เพื่อน...เพื่อนที่จะมานั่งพูดเรื่องอีทึกด้วยกัน อยากได้เพื่อน...ที่จะคุยได้ทุกเรื่อง อยากได้...เพื่อน....เพื่อนที่เป็นแค่เพื่อน...ไม่ใช่คนรักแบบนาย”
เสียงสะอื้นดังขึ้นมาอีกรอบ พอๆกับน้ำตาที่ไหลย้อนกลับมาอีกครั้ง ไหล่ลาดสั่นไหวไปตามแรงสะอื้น “อึ่ก...ฮือ!!! ชั้นคิดถึงเพื่อน ชั้นคิดถึงฮัน จองซู!! ชั้นคิดถึงเค้า...มันน่ากลัวนะ!...เวทีที่ยืนคนละฝั่งกับนาย เวทีที่ข้างๆไม่มีทั้งคิบอม ไม่มีคังอิน แล้วยังไม่มีฮันเกิงอีก!! ชั้นกลัว....ชั้น...ชั้น...ฮือ!!”
“ขอโทษ...ที่เป็นเพื่อนให้ไม่ได้....”
“...ขอโทษ...ฮีชอล”
“...ชะ...ชั้นจะเข้มแข็งขึ้น ขอแค่วันนี้วันเดียว..วันเดียวนะอีทึก...แค่วันเดียว ให้ชั้นร้องไห้...แค่วันนี้...”
“อืมมมม...” ตอบรับเสียงแผ่ว
“แล้วจากนี้ไป...ชั้นจะไม่ร้องไห้ ชั้นจะเป็น...เป็นคิมฮีชอลที่มีความสุข!!!”
“สัญญานะ ?”
ปากสวยคลี่รอยยิ้มกว้างทั้งที่ดวงตาคู่โตยังมีหยดน้ำไหลลงมาอยู่ “สัญญา!!”
"แล้วจะรอ...ครับ"
.
.
.
R o s a c e a
2010.04.28 03:39
나에겐 친구가 하나 있다
I have a friend
한국어는 서툴지만 중국어를 굉장히 잘한다
Even he confused in korean but chinese is very good
노래는 그냥 잘하지만 춤은 진짜 잘춘다
Even can sing just well but dance is really good
나는 고양이를 좋아하지만 그 친구는 강아지를 좋아한다
I prefer a cat but that friend prefer a dog
나는 요리를 못하지만 그 친구는 요리를 잘한다
I can't cook but that friend is good at cooking
난 맨날 욕을 했지만 그 친구는 웃어줬다
I always blame to him but that friend gave a smile
참..
So..
지나고보니 잘해준게 하나도 없다ㅋㅋ
I wouldn't find a good friend like this anymore ㅋㅋ
진짜 미안하게..
really sorry..
옆에 있을 때 잘해준게 하나도 없다ㅋㅋ
In future. There's not a good friend anymore ㅋㅋ
별로 궁상떠는 성격은 아닌데..
grumble at a sad plight is not my personality ..
그냥 취했나보다 눈물이 나는 걸 보니까ㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋ
ㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋ
I'm cried just becuase I get drunk ㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋ
ㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋ
옆에 누군가 있다는 건 굉장히 소중하고 행복한 거다
From now I will be one who precious and happy
난 나이를 먹고 어른이 되어도 그걸 몰랐었다
Even I'm getting older as adult but I still didn't know
근데
but
뒤늦게.... 이제야 알았다.. 나참..ㅋㅋㅋㅋ
I found it too late... I quite... ㅋㅋㅋㅋ
있을때 잘하란 말이 괜히 있는게 아닌가 보다^-^
I can just saying I wish you have a good luck ^-^
보고싶다.. 라는 말이 이럴 때 쓰는 건가 보다(-┏)
miss you ... more than I can write it by word(-┏)
슬픈 씬 찍을 때도 잘 안나던 눈물이
The tears were not rundown like this when I taking a sad scene
지금은 너무도 아프게 흐른다
So much full of pain right now
The End!!
ปล. ไม่มีไรหรอกแค่อยากแต่ง ฝนมันตกพอดีเลยให้ฟิล



